เกาะฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอนของประเทศญี่ปุ่น

เกาะฮาชิมะ เป็นเกาะแห่งหนึ่งของน่านน้ำญี่ปุ่น ถูกห่างจากเมืองนางาซากิราว 15 กิโลเมตร

เป็นเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเล เกาะแห่งนี้ไม่ได้เป็นเกาะที่เกิดจากธรรมชาติ แต่เป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทมิตซูบิชิ

ซึ่งสร้างขึ้นราวปี 1887 จุดประสงค์เพื่อใช้ในการผลิตถ่านหินซึ่งเป็นพลังงานที่จำเป็น

เกาะแห่งมีขนาดความยาว 500 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 800 ตารางเมตรเท่านั้น ในอดีตเกาะฮาชิมะ

เป็นเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นคนงานให้เหมืองถ่านหิน

บนเกาะมีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายที่ทางมิตซูบิชิจัดไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น ที่พัก, โรงพยาบาล, ไฟฟ้า, น้ำประปา

ในช่วงที่อุตสาหกรรมถ่านหินเฟื้องฟูเกาะฮาชิมะ จึงมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นที่สุดคาดว่าเป็นคนงานที่อาศัยอยู่เกือบ 5,000 คน

เกาะฮาชิมะ เกาะร้างสุดหลอนของประเทศญี่ปุ่น

 

เกาะฮาชิมะ ใครก็อยู่ไม่ได้

 

แต่แล้วในช่วงปี 1970 ความนิยมถ่านหินเริ่มลดลงและน้ำมันดิบถูกเข้ามาแทนที่เนื่องจากผลิตตามธรรมชาติ

และเป็นพลังงานที่สูงกว่าถ่านหินทำให้ความนิยมถ่านหินลดลง คนงานบนเกาะเริ่มทยอยออกจากเกาะ

เนื่องจากทางมิตซูบิชิประกาศปิดตัวเหมืองนี้ และปิดอย่างเป็นทางการในปี 1974 ทำให้ทางผู้บริหารสั่งคนงานออกจากเกาะตั้งแต่ตอนนั้น

โดยอาคาร สิ่งต่างๆที่ถูกทิ้งไว้ผุพังและรกร้างตามกาลเวลา ปัจจุบันเกาะฮาชิมะ ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทมิตซูบิชิ

ซึ่งห้ามให้คนนอกเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หากเข้าไปชมเกาะต้องมีการขออนุญาตและอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เหลือเพียงพื้นที่รกร้างและสิ่งก่อสร้างที่เป็นอันตราย ไม่มีสาธารณูปโภคใดๆบนเกาะ

ความน่ากลัวของเกาะฮาชิมะนั้นถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ลองของสุดหลอนและจัดว่าเป็นสถานที่ที่น่ากลัวอันดับ 2 ของโลก

รองจากหอคอยแห่งลอนดอนอีกด้วย ด้วยความที่เป็นเกาะร้างแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องเล่าที่น่ากลัวต่างๆบนเกาะแห่งนี้

บ้างก็ว่าในช่วงที่ผลิตถ่านหินนั้นมีผู้เสียชีวิตบนเกาะแห่งนี้ และวิญญาณยังคงไม่ไปไหน มีการอ้างว่ามักเห็นคนงานเดินวนเวียนไปมา

ภายในอาคารที่พัก มีการกล่าวอ้างถึงคนที่ลักลอบเข้ามาลองของที่แห่งนี้และได้ยินเสียงคนร้องไห้ เสียงคนลากโต๊ะโดยหาสาเหตุไม่ได้

แต่ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เกาะแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่น่ากลัว อาจเพราะว่า

สถานที่ดังกล่าวนั้นเคยมีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ถึงวันที่ผู้คนต้องอพยพออกจากเกาะและปล่อยให้สิ่งของต่างๆไว้ที่นี่

เวลาผ่านไปหลายสิบปีสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ทรุดโทรมไปตามสภาพ นั่นจึงทำให้มีเรื่องเล่าสุดหลอนและทำให้กลายเป็นสถานที่หนึ่งของโลกที่หลอนและน่ากลัวนั่นเอง