งูอนาคอนด้า

ตำนานงูยักษ์ สัตว์ประหลาดแห่งลุ่มน้ำอเมซอน

ตำนานงูยักษ์ ณ ป่าอเมซอนสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดคือ งูอนาคอนด้าเขียว จัดเป็นงูไม่มีพิษในวงศ์เดียวกับงูเหลือม งูหลาม

งูอนาคอนด้าเขียวเป็นงูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเต็มมีความยาวประมาณ 2 -4 เมตร หนักราว 300 – 500 กิโลกรัม

จัดว่าเป็นนักล่าอันดับต้นของป่าอเมซอนก็ว่าได้ ซึ่งมันสามารถเขมือบควายป่าได้ทั้งตัว ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วยเช่นกัน

งูอนาคอนด้านั้นมีตำนานเล่าต่อๆกันมาเกี่ยวกับ งูยักษ์แห่งอเมซอน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ยาวกว่า

งูอนาคอนด้าเขียวในปัจจุบันถึง 4 เท่า งูอนาคอนด้ายักษ์ ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับตามความเชื่อว่ามีอยู่จริงและยังมีชีวิตอยู่

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่างูยักษ์ไททันโอโบอา งูดึกดำบรรพ์ยังมีชีวิตอยู่และอาศัยตามป่าดิบชื้นอย่างอเมซอน

และเกาะเบอร์นิวด้วย แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ไททันโอโบอาสูญพันธุ์ไปกว่า 60 ล้านปีแล้ว

เรื่องราวของงูชนิดนี้สัมพันธ์กับตำนานงูยักษ์ที่มีคนกล่าวอ้างว่าพบเจอมัน นอกจากนี้ตำนานงูยักษ์ดังกล่าว

ยังถูกเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า คอบบร้าแกรนดี แปลว่า งูยักษ์

ตำนานงูยักษ์ ถูกเล่าขึ้น

ตำนานงูยักษ์ สัตว์ประหลาดแห่งลุ่มน้ำอเมซอน

ตั้งแต่ช่วงยุคล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก มีการระบุถึงการค้นพบงูขนาดใหญ่

ทางทวีปอเมริกาใต้ แต่เรื่องของงูยักษ์มีอยู่ในนิทานพื้นบ้านของชนเผ่าพื้นเมืองของอเมซอนมานานแล้ว

ซึ่งการค้นพบของชาวสเปนระบุถึงงูยักษ์ที่กำลังกินวัวทั้งตัวอยู่นั้น อาจจะเป็นงูอนาคอนด้าเขียวตัวเต็มวัยก็ได้

นอกจากนี้มีรายงานระบุว่านักสำรวจคนหนึ่งชื่อว่า พันเอกเพอร์ซี ฟาลเคตต์

ได้สำรวจพื้นที่ของป่าอเมซอนในปี 1906 อ้างว่าเขามีหนังงูยักษ์ตัวหนึ่งจากการฆ่ามัน

โดยระบุว่างูตัวดังกล่าวจู่โจมเรือของเขา เขาใช้ปืนไรเฟิลขนาด .44 สังหารมันและแล่เอาหนังมันกลับมา

เขาระบุว่างูยักษ์ตัวนี้มีความยาวประมาณ 60 – 63 ฟุต นอกจากนี้ยังมีการบันทึกข้อมูลที่กล่าวอ้างกับการพบเห็นงูยักษ์

เช่น ในปี 1925 บาทหลวงชื่อว่า สาธุคุณวิคเตอร์ไฮนซ์ ระบุว่าเขากำลังล่องเรืออยู่ที่แม่น้ำริโอเนโกร ในบราซิล

และพบเจอกับงูขนาดใหญ่ความยาวกว่า 80 ฟุต กำลังเลื้อยขึ้นฝั่งและหายเข้าป่าไป

นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องเล่าของ งูยักษ์เฝ้าสมบัติในประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุว่า

มีผู้พบเจองูขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในบริเวณแม่น้ำแควซึ่งมีการอ้างว่างูยักษ์ดังกล่าวได้ฆ่าและกินทหารชาวญี่ปุ่นเข้าไปด้วย

เรื่องของงูยักษ์กลายเป็นที่น่าสนใจอีกครั้งในปี 2009 มีผู้ถ่ายภาพงูขนาดใหญ่ได้ที่ เกาะเบอร์นิว

ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังว่ายอยู่แม่น้ำ โดยรูปดังกล่าวยังเป็นข้อถกเถียงว่าเป็นรูปที่ตกแต่งขึ้นเท่านั้น ริ…

Connecticut House

Connecticut House เปิดบ้านผีสิงสุดหลอนในอเมริกา

มาจั่วหัวเรื่องแรก Connecticut House นี่คือเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งในรัฐคอนเน็ทติคัท ประเทศสหรัฐอเมริกา

ความน่ากลัวของบ้านหลังนี้ทำให้มีการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2008 โดยอิงจากประสบการณ์ของสมาชิกในบ้านที่พวกเขาประสบเจอมา จนทำให้ถูกขนานนามว่า “The Haunting in Connecticut

ย้อนกลับไปในปี 1987 ครอบครัวหนึ่งชื่อว่าครอบครอบครัว แคมเบลล์ ได้ตัดสินใจย้ายบ้านจากเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย

มายังบ้านไร่อันสงบสุขในถนนเซาท์ธิงตัน รัฐคอนเน็ทติคัท บ้านทรงโกธิคโบราณดึงดูดให้พวกเขายอมนำเงินก้อนสุดท้ายมาซื้อเพื่อพาลูกชายคนโตของบ้านซึ่งป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมารักษาตัวเพื่อหวังยื่อชีวิตเขาให้หายจากโรคนี้

นอกจากนี้ครอบครัวยังประกอบด้วย ลูกชายและลูกสาวคนเล็ก และหลานสาววัยคราวเดียวกับลูกชายคนโตของครอบครัวแคมเบลล์ ในวันที่ย้ายเข้ามาวันแรก

Connecticut House พวกเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน

Connecticut House เปิดบ้านผีสิงสุดหลอนในอเมริกา

พวกเขายังไม่ประสบเจออะไร สำหรับลูกชายคนโตพบว่าเขาชื่นชอบห้องใต้ดินของบ้านที่เงียบและสามารถทำให้เขานอนหลับได้

ต่อมาไม่นานเขามักฝันประหลาดทุกคืนส่วนใหญ่มันเกิดในห้องใต้ดิน ในฝันนั้นพบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังทำพิธีอะไรบางอย่าง

หลังจากผ่านไป 1 เดือน ลูกชายคนโตเริ่มฝันหนักขึ้นและเริ่มเพ้อ ซึ่งแม่ของเขานั้นคิดว่าลูกชายอาจเพ้อเพราะผลข้างเคียงของคีโม

ขณะที่ลูกสาวคนเล็กมักได้ยินเสียงแปลกๆในผนัง นอกจากนี้ลูกชายของบ้านยังเห็นเด็กผู้ชายลึกลับคนหนึ่งอยู่ในบ้านนั่นทำให้ผู้ที่เป็นแม่สร้างความเครียดมากขึ้น

ไหนจะต้องเครียดเรื่องการรักษาตัวของลูกชายคนโต แถมยังต้องมารับรู้เรื่องต่างๆในบ้าน นอกจากนี้หัวหน้าครอบครัวแคมเบลล์ต้องแบกภาระหนัก

ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมารักษาลูกชาย เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายขึ้นเมื่อลูกชายคนโตมองเห็นเด็กชายลึกลับในบ้านในสภาพที่ไหม้เกรียม

รวมถึงหลานสาวของบ้านพบว่าอาหาร ของกินภายในบ้านนั้นเน่าเสียอย่างไม่ทราบสาเหตุ ต่อมาหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไม่ถึง 2 เดือน

เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายมากขึ้นเมื่อข้าวของในบ้านเริ่มเคลื่อนย้ายเอง ไฟในบ้านติดๆดับ รวมถึงลูกชายคนโตเพ้อหนักถึงขั้นทำร้ายตัวเองโดยการข่วนผนังไม้ในห้องโถงจนเป็นแผล

สุดท้ายแล้วทางพ่อและแม่ต้องเรียกหลวงพ่อมาที่บ้าน หลวงพ่อบอกกับครอบครัวแคมเบลล์ว่าบ้านหลังนี้เต็มไปด้วยวิญญาณที่อยากถูกปลดปล่อย

วันหนึ่งลูกชายคนโตของบ้านพบเห็นเด็กชายลึกลับอีกครั้ง เขาได้ทำลายผนังไม้ในห้องโถง จนในที่สุดสิ่งที่พบเห็นนั้นคือศพจำนวนหนึ่งในลักษณะเปลือกตาถูกตัดออก

หลังจากนั้นครอบครัวนี้ทราบภายหลังว่า บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นพิธีกรรมบางอย่างตามความเชื่อของคนท้องถิ่นในการสะกดวิญญาณในที่ใดที่หนึ่ง…