เยติ มนุษย์หิมะ

เยติ มนุษย์หิมะ แห่งหิมาลัยสร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วโลก

เยติ มนุษย์หิมะ  เป็นชื่อเรียกของสัตว์ประหลาดลึกลับในพื้นที่แถบเทือกเขาหิมาลัย หรือเรียกอีกชื่อว่า มนุษย์หิมะ

เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนกับลิง เป็นสัตว์ขนาดใหญ่สูงประมาณ 2 เมตร มีขนสีขาวและน้ำตาลปกคลุมตามตัว

เดินสองขาเหมือนมนุษย์ เยติเป็นสัตว์ประหลาดตามความเชื่อของชาวเซอร์ปา ชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางเทือกเขาหิมาลัย

มีความเชื่อว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ภายในหุบเขาลึกของหิมาลัยและเป็นสัตว์ลึกลับที่ยากแก่ผู้พบเห็น

รวมถึงมีความดุร้ายด้วยเมื่อถูกคุกคาม นอกจากนี้มีความเชื่อว่าเยติคือสัตว์ที่คุ้มครองเทือกเขาหิมาลัย

ซึ่งเยตินั้นปรากฏในนิทานพื้นบ้านของชาวเซอร์ปามานานกว่า 400 ปีแล้ว เป็นเรื่องเล่าขานต่อๆกันมาถึงสัตว์ประหลาดลึกลับ

ที่อาศัยอยู่ภายในหิมาลัย นอกจากนี้เยติยังปรากฏในภาพวาดฝาพนังของวัดลามะอีกด้วย นอกจากนี้เยติยังถูกเชื่อมโยงกับ

สัตว์ประหลาดทางเขตพื้นที่อื่นๆของโลกอย่าง บิ๊กฟุต สัตว์ขนาดใหญ่คล้ายกับเยติอาศัยอยู่ตามป่าลึกเช่น ออสเตรเลีย, อเมริกาเหนือ

มักมีการอ้างว่าเคยพบรอยเท้าของบิ๊กฟุตในป่าแห่งหนึ่งของแคนาดาอีกด้วย ซึ่งการกล่าวอ้างถึงบิ๊กฟุตนั้นมีมากกว่าเยติมาก

มีความเชื่อว่าเยตินั้นอาจเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ในช่วงวิวัฒนาการของมนุษย์เพิ่งเริ่มขึ้นในยุคน้ำแข็ง

เยติ มนุษย์หิมะ ค่อยออกมาหลอกหลอนมนุษย์

เยติ มนุษย์หิมะ แห่งหิมาลัยสร้างความสะพรึงกลัวไปทั่วโลก

ผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในเทือกเขาหิมาลัยนั้นมีความเชื่อเรื่องเยติอย่างมาก โดยเฉพาะชาวพื้นเมืองของภูฏานที่เชื่อว่า

เยติ นั้นมีอยู่จริง และมีนิสัยดุร้าย มักอาศัยอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยที่ความสูงระดับ 5,000 เมตรและมักออกมาหาอาหารยามค่ำคืน ส่วนใหญ่จะเป็นพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน

สิ่งที่ถูกกล่าวอ้างถึงการพบเจอเยติที่โด่งดังที่สุด ในปี 1832 เอ.ที. ฮอดจ์สัน นักปืนเขาชาวอังกฤษระบุว่าเขาสามารถ

ถ่ายภาพสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายลิง สูงราว 2 เมตรยืนจ้องมองเขาบริเวณทางขึ้นเชิงเขาเอเวอร์เรสในระดับความสูงที่ 3,200 เมตร

นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายรอยเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าคือรอยเท้าของเยติ ในปี 1921

ของนักสำรวจชาวอังกฤษคนหนึ่งถ่ายภาพไว้ได้ที่ระดับความสูง 5,100 เมตร โดยรอยเท้านั้นใหญ่กว่ารอยเท้ามนุษย์ถึง 2 เท่า

หลักฐานการยืนยันว่าเยติมีอยู่จริงนั้น ปรากฏเรื่อยๆมาแม้แต่ในปี 1953 มนุษย์ 2 คนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสต์อย่าง

เซอร์เอดมันด์ ฮิลลารี และเทนซิง นอร์เก อ้างว่าขณะที่กำลังปีนเขาอยู่นั้นพวกเขาได้ยินเสียงร้องของสัตว์บางอย่าง

เสียงดังกึกก้องและอยู่ใกล้พวกเขามาก มีข้อสันนิฐานของนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เยติ อาจเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกลิงขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว

 …

งูอนาคอนด้า

ตำนานงูยักษ์ สัตว์ประหลาดแห่งลุ่มน้ำอเมซอน

ตำนานงูยักษ์ ณ ป่าอเมซอนสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดคือ งูอนาคอนด้าเขียว จัดเป็นงูไม่มีพิษในวงศ์เดียวกับงูเหลือม งูหลาม

งูอนาคอนด้าเขียวเป็นงูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเต็มมีความยาวประมาณ 2 -4 เมตร หนักราว 300 – 500 กิโลกรัม

จัดว่าเป็นนักล่าอันดับต้นของป่าอเมซอนก็ว่าได้ ซึ่งมันสามารถเขมือบควายป่าได้ทั้งตัว ซึ่งรวมถึงมนุษย์ด้วยเช่นกัน

งูอนาคอนด้านั้นมีตำนานเล่าต่อๆกันมาเกี่ยวกับ งูยักษ์แห่งอเมซอน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ยาวกว่า

งูอนาคอนด้าเขียวในปัจจุบันถึง 4 เท่า งูอนาคอนด้ายักษ์ ถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตลึกลับตามความเชื่อว่ามีอยู่จริงและยังมีชีวิตอยู่

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่างูยักษ์ไททันโอโบอา งูดึกดำบรรพ์ยังมีชีวิตอยู่และอาศัยตามป่าดิบชื้นอย่างอเมซอน

และเกาะเบอร์นิวด้วย แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ไททันโอโบอาสูญพันธุ์ไปกว่า 60 ล้านปีแล้ว

เรื่องราวของงูชนิดนี้สัมพันธ์กับตำนานงูยักษ์ที่มีคนกล่าวอ้างว่าพบเจอมัน นอกจากนี้ตำนานงูยักษ์ดังกล่าว

ยังถูกเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า คอบบร้าแกรนดี แปลว่า งูยักษ์

ตำนานงูยักษ์ ถูกเล่าขึ้น

ตำนานงูยักษ์ สัตว์ประหลาดแห่งลุ่มน้ำอเมซอน

ตั้งแต่ช่วงยุคล่าอาณานิคมของชาวตะวันตก มีการระบุถึงการค้นพบงูขนาดใหญ่

ทางทวีปอเมริกาใต้ แต่เรื่องของงูยักษ์มีอยู่ในนิทานพื้นบ้านของชนเผ่าพื้นเมืองของอเมซอนมานานแล้ว

ซึ่งการค้นพบของชาวสเปนระบุถึงงูยักษ์ที่กำลังกินวัวทั้งตัวอยู่นั้น อาจจะเป็นงูอนาคอนด้าเขียวตัวเต็มวัยก็ได้

นอกจากนี้มีรายงานระบุว่านักสำรวจคนหนึ่งชื่อว่า พันเอกเพอร์ซี ฟาลเคตต์

ได้สำรวจพื้นที่ของป่าอเมซอนในปี 1906 อ้างว่าเขามีหนังงูยักษ์ตัวหนึ่งจากการฆ่ามัน

โดยระบุว่างูตัวดังกล่าวจู่โจมเรือของเขา เขาใช้ปืนไรเฟิลขนาด .44 สังหารมันและแล่เอาหนังมันกลับมา

เขาระบุว่างูยักษ์ตัวนี้มีความยาวประมาณ 60 – 63 ฟุต นอกจากนี้ยังมีการบันทึกข้อมูลที่กล่าวอ้างกับการพบเห็นงูยักษ์

เช่น ในปี 1925 บาทหลวงชื่อว่า สาธุคุณวิคเตอร์ไฮนซ์ ระบุว่าเขากำลังล่องเรืออยู่ที่แม่น้ำริโอเนโกร ในบราซิล

และพบเจอกับงูขนาดใหญ่ความยาวกว่า 80 ฟุต กำลังเลื้อยขึ้นฝั่งและหายเข้าป่าไป

นอกจากนี้ยังมีตำนานเรื่องเล่าของ งูยักษ์เฝ้าสมบัติในประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุว่า

มีผู้พบเจองูขนาดใหญ่ลึกเข้าไปในบริเวณแม่น้ำแควซึ่งมีการอ้างว่างูยักษ์ดังกล่าวได้ฆ่าและกินทหารชาวญี่ปุ่นเข้าไปด้วย

เรื่องของงูยักษ์กลายเป็นที่น่าสนใจอีกครั้งในปี 2009 มีผู้ถ่ายภาพงูขนาดใหญ่ได้ที่ เกาะเบอร์นิว

ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังว่ายอยู่แม่น้ำ โดยรูปดังกล่าวยังเป็นข้อถกเถียงว่าเป็นรูปที่ตกแต่งขึ้นเท่านั้น ริ…