สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ดินแดนอาถรรพณ์แห่งแอตแลนติก

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เป็นชื่อสถานที่หนึ่งอยู่บริเวณทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา

เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก พื้นที่ดังกล่าวกินอาณาเขตราวๆ 1 ล้านตารางกิโลเมตร

อยู่ระหว่างสามพื้นที่ได้แก่ หมู่เกาะเปอร์โตริโก, ชายฝั่งรัฐฟลอริด้า, เกาะเบอร์มิวด้า

เมื่อแบ่งเส้นดังกล่าวจะเป็นลักษณะของสามเหลี่ยมจึงเป็นที่มาของคำว่า สามเหลี่ยม นั่นเอง

เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั่วโลกจากการหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยของ

เรือเดินสมุทร, เครื่องบิน, เรือดำน้ำ และมนุษย์ที่เดินทางมากับยานพาหนะดังกล่าว

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

นอกจากนี้เรื่องราวของสถานที่แห่งนี้ยังมีการกล่าวอ้างถึงผู้ที่รอดชีวิตมาได้ว่าประสบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดในนั้น

เรื่องราวของบริเวณ เริ่มปรากฏขึ้นราวปี 1950 ในช่วงสงครามโลกได้มีการกล่าวอ้างถึง

เหตุการณ์เรือเดินสมุทรที่หายสาบสูญจากบริเวณน่านน้ำแอตแลนติก ต่อมามีการระบุถึงเครื่องบินของกองทัพ

เรือเดินสมุทรที่หายไปในน่านน้ำดังกล่าวและไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ โดยเฉพาะฝูงบิน 19

กลายเป็นเรื่องราวที่โด่งดังมากที่สุด ฝูงบิน 19 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐ จำนวน 5 ลำ

พร้อมกับนักบิน 14 คนหายสาบสูญในบริเวณสามเหลี่ยม ระหว่างบินทดสอบจากฟอร์ท ลอร์เดอร์เดล

วันที่ 5 ธันวาคม ปี 1945 ซึ่งขาดการติดต่อสื่อสารเมื่อบินเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อค้นหาไม่เจอผู้รอดชีวิตรวมถึงเครื่องบิน ทำให้ผลสรุปว่า ฝูงบิน 19 อาจเกิดความสับสนของเส้นทางและ

ทำให้เครื่องบินเชื้อเพลิงหมดลงและตกลงสู่ทะเลในที่สุด เรื่องของฝูงบิน 19 ถูกปิดเป็นความลับจนกระทั่งในปี 1962

อดีตนายทหารสื่อสารได้ออกมาระบุกับสื่อว่า ระหว่างที่ติดต่อกับฝูงบิน 19 นั้นลูกเรือระบุว่าระหว่างที่ฝูงบิน

บินเข้าไปในเขตที่ระบุว่าเกิดเข็มทิศหมุนจนหาทิศไม่เจอ รวมถึงสภาพอากาศที่ปกติกลับไม่ปกติ

นอกจากนี้ยังมีเรือบรรทุกสินค้า บรรทุกน้ำมัน รวมถึงเรือเดินสมุทร หลายลำหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย

ซึ่งในบริเวณที่เป็นปัญหาเป็นเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก

สถิติการหายสาบสูญของเรือและเครื่องบินเริ่มมีมากขึ้นในช่วงปี 1960 – 1973

มีเรือของบริษัทประกันจำนวนกว่า 60 ลำหายสาบสูญ จากการบันทึกข้อมูลของ

บริษัทประกันภัยทางเรือนั้นระบุเป็นข้อความเดียวกันว่า ก่อนหายสาบสูญ ลูกเรือพบกับเหตุการณ์ประหลาด

อย่างหาสาเหตุไม่ได้ เช่น มีหมอกสีขาวปกคลุมท้องทะเล, เข็มทิศหมุนจะหาสาเหตุไม่เจอ

บางลำระบุว่ามีสภาพอากาศที่แปรปรวน จนทำให้หลายๆคนถูกขนานนามที่แห่งนี้ว่า

เป็นดินแดนอาถรรพณ์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติอื่นๆ เช่น

พื้นที่ดังกล่าวอาจมีสัตว์ประหลาดยักษ์ใต้น้ำ หรือแม้แต่อาจเป็นที่อาศัยของมนุษย์ต่างดาว

มีการไขปริศนาทฤษฎีของพื้นที่ที่พูดถึงอยู่นี้ ซึ่งทฤษฎีที่เป็นไปได้ที่สุดคือ

บริเวณนั้นเป็นจุดที่สนามแม่เหล็กสูงมากทำให้เข็มทิศหมุนจนหาทิศไม่เจอ

ทำให้เครื่องบินตก และกระแสน้ำบริเวณนั้นค่อนข้างรุนแรง ทำให้คลื่นลมแรงอาจซัดเรือจนจมได้

นอกจากนี้จุดดังกล่าวยังเป็นร่องลึกก้นสมุทรที่ลึกกว่า 7 กิโลเมตรด้วย…